โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน “การขับเคลื่อนโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21” ชื่อผลงาน การพัฒนานวัตกรรม SW-4S Smart Model ผสานการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ
- ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม
ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับเปลี่ยนทิศทางจากการเรียนรู้แบบท่องจำ (Passive Learning) ไปสู่การพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด การศึกษายุคปัจจุบันจึงไม่ได้วัดความสำเร็จที่ปริมาณความรู้ แต่มุ่งเน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560–2579 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และพร้อมแข่งขันในอนาคต จากการประเมินคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET/NT) ของโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ ขาดความมั่นใจ และรอคอยการสั่งการจากครูมากกว่าการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรูปแบบการเรียนการสอนในอดีตที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-Centered) ขาดการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โรงเรียนจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะในอนาคต ทางออกสำคัญคือการปรับเปลี่ยนไปสู่การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ซึ่งนำสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันหรือชุมชนมาเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนฝึกระบุปัญหา ตั้งสมมติฐาน ค้นคว้า และสรุปผลด้วยตนเองในฐานะผู้แก้ปัญหา (Problem Solver) โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือจึงมุ่งพัฒนาตนเองสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ผ่านการบริหารจัดการเชิงระบบ SW-4S Smart Model ผสานการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) พัฒนาบรรยากาศ สื่อ ทรัพยากร การนิเทศ และวัฒนธรรม PLC เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สร้างผู้เรียนให้มีทักษะศตวรรษที่ 21 พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลสู่นวัตกรรมเครือข่ายทางการศึกษาต่อไป
- วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนานวัตกรรม
- เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดการเรียนรู้ของครู และทักษะการคิดของนักเรียนโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ
- เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบในการจัดการเรียนการสอนเชิงรุกโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL)
- เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PBL
- เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู นักเรียน และผู้ปกครองต่อการขับเคลื่อนโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PBL
- กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม
การพัฒนานวัตกรรม SW-4S Smart Model ผสานการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม SW-4S Smart Model ซึ่งเป็นนโยบายแนวทางในการบริหารจัดการรูปแบบเชิงระบบของโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ
นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ

กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน Problem-Based Learning (PBL)
กรอบแนวคิด SW-4S Smart Model ที่ขับเคลื่อนร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ของโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ เป็นนวัตกรรมการบริหารและการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนโยบาย ปัจจัยป้อนเข้า กระบวนการแก้ปัญหาจริง และผลผลิตผู้เรียนอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและทักษะในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 5.การนำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนา/แก้ปัญหา การจัดการเรียนการสอนเชิงรุกโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ภายใต้ขับเคลื่อนด้วย SW-4S Smart Model ไปใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ สามารถสรุปขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบได้ดังนี้ 
- เครื่องมือที่ใช้
- คู่มือการบริหารจัดการโรงเรียนต้นแบบ (สำหรับผู้บริหารและคณะกรรมการขับเคลื่อน)
- ชุดแผนการจัดการเรียนรู้แบบ PBL จากโจทย์ปัญหาบริบทชุมชนบ้านสว่างหนองเสือ
- เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (แบบวัดผลสัมฤทธิ์, แบบประเมินการคิดวิเคราะห์, แบบประเมินทักษะ 4Cs)
7.การอภิปรายผล
- การใช้ปัญหาในบริบทชุมชนเป็นฐานช่วยกระตุ้นการเรียนรู้เชิงรุก การนำโจทย์จริงใกล้ตัว เช่น ปัญหาขยะ น้ำ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านสว่างหนองเสือ มาเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้การเรียนรู้มีความหมายต่อผู้เรียน นักเรียนเกิดความสนใจ สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นให้ผู้เรียนได้คิด ปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง
- กระบวนการ PBL 6 ขั้นตอนส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาทักษะ 4Cs ขั้นตอนการทำงานกลุ่ม การสืบค้น การสังเคราะห์ และการนำเสนอผลงาน ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทำงานร่วมกัน และการออกแบบแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ส่งผลให้สมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนพัฒนาขึ้นในระดับดีมาก
- การขับเคลื่อนเชิงระบบด้วย SW-4S Smart Model ส่งเสริมความสำเร็จอย่างยั่งยืนความสำเร็จของนวัตกรรมไม่ได้เกิดจากกระบวนการในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสนับสนุนเชิงบริหารจัดการ ทั้งด้านกลยุทธ์ (Strategy) เทคโนโลยี (Technology) ความสัมพันธ์กับชุมชน (Relationship) กิจกรรม (Activity) และการบริหารงาน (Management) ทำให้ครูและนักเรียนมีความพร้อมในการจัดกิจกรรมอย่างเต็มศักยภาพ
